Dollfie

[Tag] Name ... Carol

posted on 30 Nov 2009 02:54 by vydartz  in Dollfie

แทคแห่งคำสาปลูกโซ่อันไม่สิ้นสุดได้เข้ามายังอาณาจักรรัตติกาลแล้ว และบัดนี้เจ้าหญิงของข้าก็เป็นผู้ถูกเลือก ฮ่าฮ่าฮ่า

 

.

ได้รับแท็กนี้มาจากท่านอัศวินชาริออนขอรับ

http://paris1742.exteen.com/20091126/tag-name-d-ean

1 ชื่อจริงและความหมาย

Carol : ชื่อ Carol มีความหมายถึงเสียงเพลง หรืออีกความหมายหนึ่งชื่อนี้ผันมาจาก Carolus ซึ่งเป็นชื่อของกษัตริย์สองพระองค์แห่งโรมาเนีย

 

2 ชื่อเล่นเต็มยศ

Carol : ไม่มีค่ะ ปกติคนแถวนี้ก็เรียกกันว่าแครอล

Lord Vydartz : แต่ข้าเรียกยัยเปี๊ยก ฮ่าฮ่า

Carol : ลุง Y ใจร้ายจัง

 

3 ฉายา

Carol : ไม่มีใครตั้งฉายาค่ะ แต่คนมาเรียกกันว่าเจ้าหญิงนี่นับเป็นฉายาได้รึเปล่าคะ

 

4 ชื่อภาษาอังกฤษ

Carol : Carol เป็นชื่ออังกฤษอยู่แล้ว

 

5 ชื่อภาษาจีน

Carol : ไม่มีค่ะ

 

6 ชื่อภาษาญี่ปุ่น

Carol : ไม่มีค่ะ

 

7 ชื่อภาษาเกาหลี

Carol : ไม่มีค่ะ

8 ชื่อที่ใช้ในเน็ต

Carol : เจ้าหญิงน้อย (ใช้ทั้งเน็ตและนามปากกาตอนเขียนหนังสือ)

 

9 ชื่อที่คนอื่นเรียกผิด

Carol : cherry carrot  - -

 

10 ชื่อที่คนต่างชาติเรียก

Carol : Carol

 

11 ชื่อที่อาจารย์เรียก

Carol : เจ้าหญิง (เว้นแต่ อ ไวดาสท์กะเต่าล้านปีจูลอสเรียกอีกอย่าง)

 

12 ชื่อที่อยากให้คนอื่นเรียก

Carol : แครอล เฉยๆ

 

13 ชื่อที่ไม่อยากให้คนอื่นเรียก

Carol : carrot  - -  ยัยหัวผักกาด - - ยัยเปี๊ยก

 

14 ชื่อที่ใช้เรียกแทนตัวคนรัก

Carol : กำ หนูยังไม่มีนะ ถ้ามีก็ ....

 

15 ชื่อที่ให้คนรักเรียก

Carol : อันนี้ก็ไม่รู้ค่ะ

 

 

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (สุดโลลิ)

 

Carol : ป๋าแก่ขา แล้วจะให้หนูส่งไปให้ใครล่ะคะ

Lord Vydartz : จูลอส เอาคำสาปไปกินซะ

Julos : ส่งให้คน 5 คนที่หลงเข้ามาคร๊าบ ก๊ากกกกกก

edit @ 30 Nov 2009 04:01:28 by Lord Vydartz

The Durahan II

posted on 14 Nov 2009 02:28 by vydartz  in Dollfie

ข้าพเจ้ากลับมาแล้วขอรับ กลับมาเล่าเรื่องปิศาจต่อ 55+

เวลาโพล้เพล้ ณ สถานที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง 

Heinrich : ................

Heinrich : ..................

Heinrich : ..... นั่นใคร.....

.......

Durahan : หึหึหึหึหึหึ

Heinrich : !! ดูราฮัน!!!!

....

Durahan : อย่าตกใจกลัว.... ข้าไม่ได้มาเพื่อทำร้ายเจ้า.... แต่ข้ามาที่นี่เพื่อมอบสิ่งที่สำคัญบางอย่างซึ่งเจ้าควรจะได้รับ

Heinrich : สะ สิ่งสำคัญ......

Durahan : ข้ารู้นับแต่แวบแรกที่ได้เห็น....... ความจริงทั้งหมด...... แววตาคู่นั้น......

Heinrich : วะ แววตา.....

Durahan : ใช่แล้ว....... ดวงตาสองสี แก้วมณีสีเขียวืบทิมและเหลืองบุษราคัม เจ้าไม่คิดเลยรึว่ามันช่างละม้ายคล้ายกับ......

Durahan : เจ้าหญิงแครอลแห่งอาณาจักรวาคิรี่แห่งนี้

Heinrich : .................

Durahan : ใช่..... เหมือนกันมาก..... เสมือนเป็นคนคนเดียวกัน

Heinrich : อยากจะพูดอะไรกันแน่

Durahan : สิ่งที่ข้าต้องการจะบอกก็คือเจ้าหญิงแครอลและเจ้า แท้จริงแล้วเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน

Heinrich : ว่าไงนะ!!! เรื่องแบบนี้มัน!!!.....

Durahan : เป็นความจริง...... ข้าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นองครักษ์ของกษัตริย์พระองค์ก่อนมีรึจะเดาพลาด

Durahan : เพราะแม้แต่ใบหน้าอันโฉดเหี้ยมของมันข้าก็ไม่เคยลืม!!!! ข้าจำแววตาคู่นั้นได้ดี!!!!

Heinrich : ถ้าเช่นนั้นข้าก็คือเจ้าชาย.... เป็นหนึ่งในรัชทายาทโดยชอบธรรม

Durahan : ถูกต้อง...... พวกมันให้น้องสาวฝาแฝดของเจ้าขึ้นครองบัลลังก์แทนเจ้า พวกมันมีแผนที่จะกุมอำนาจในราชอาณาจักรวาคิรี่เร็วๆนี้ ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเจ้านักบวชโฉดที่อ้างตนเป็นเทวทูต เจ้าซาคอน....

Heinrich : ว่าไงนะ!!!!

Durahan : ซาคอนมันควบคุมทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น มันพยายามจะกำจัดเจ้าไปให้พ้นทางมันและให้น้องสาวฝาแฝดของเจ้าขึ้นครองราชแทน ไม่สิ..... มันปิดบังความลับที่แจริงต่างหากว่าพระราชาพีเพียงธิดาองค์เดียวเท้านั้น แต่ความจริงแล้วพระราชาทรงมีโอรสธิดาฝาแฝด!!!!!

Heinrich : เจ้าโกหก!!!! ไม่เหตุผลที่เจ้าซึ้งโกรธแค้นพระราชาจะต้องช่วยข้าเลย หากว่าข้าเป็นเจ้าชายจริงล่ะก็ เจ้าต้องฆ่าข้าแน่นอน

Durahan : ข้าอยู่ข้างเจ้า....... ถึงแม้ว่าพระราชาจะเป็นคนประหารข้าก็ตาม แต่นั้นเป็นเพราะพ่อเจ้าน่ะโง่เขลาที่ไปหลงงมงายกับเทวทูตซาคอนทั้งๆที่ข้าพูดความจริง ข้าปรารถนาที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในฐานะผู้จงรักภัคดี และข้าก็ทนเห็นความไม่เป็นธรรมบังเกิดในแผ่นดินนี้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว!!!!!

Heinrich : แล้วข้าควรจะทำยังไง

Durahan : ชิงประเทศของเจ้ากลับมา เจ้าจะต้องร่วมมือกับข้า

Durahan : อันดับแรกต้องกำจัดเจ้าบาทหลวง สุนัขของเทวทูตซาคอนที่คอยอารักขาเจ้าหญิงก่อน หึหึหึหึหึหึ

........................................................................

.... เวลาเดียวกัน

Asimo : ระวังหน่อยพะยะคะ เจ้าหญิง

Carol : ท่านอาจารย์

Remlus : เจ้าหญิงพะยะคะ กระหม่อมได้สำรวจทางข้างหน้ามาแล้ว ปลอดภัยพะยะคะ

Carol : ขอบใจท่านมาก นักบวชเรมลุส

Remlus : หามิได้

Remlus : หนทางอีกไม่ไกล รีบเดินทางกันต่อเถอะพะยะคะ

แต่ทว่า..... มีบางอย่างที่ผิดปกติ

Remlus : เจ้าหญิง อยู่ข้างหลังหม่อมฉันพะยะคะ นี่เจ้าเป็นใครกัน เจ้าไม่รู้รึไงว่ากำลังขวางทางเจ้าหญิงอยู่

พบว่ามีชายชราลึกลับคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้น

ชายชราลึกลับ : ขอประทานอภัยพะยะคะ เจ้าหญิงแครอลแห่งอาณาจักรวาคิรี่

Remlus : รู้แล้วก็จงหลบไปซะ

Asimo : หลบไปหลบไป

Carol : เอ่อ ไม่เป็นไรท่านเรมลุส ท่านอาจารย์อาซิโม่

ชายชราลึกลับ : โอ้เจ้าหญิง พระองค์ช่างมีนำพระทัยที่งดงามมากมาย อา.... เพื่อเป็นการตอบแทน ขอกระหม่อมถวายการเล่านิทานซักเรื่องนะพะยะคะ

Remlus : เราไม่มีเวลามาฟังตาแก่พล่ามเรื่องไร้สาระหรอกนะ ออกไปซะ

ชายชราลึกลับ : มะ ไม่ไร้สาระนะพะยะคะ ว่าแต่พวกท่านเคยได้ยินเรื่องราวของนักรบผู้พิทักษ์วิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของกษัตริย์รึเปล่า

Remlus : ว่าไงนะ

Carol : เราเคยได้ยินเรืองราวของนินเรื่องนั้น

Remlus : เจ้าหญิง

Carol : เป็นเรื่องของนักรบคนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือฝาแฝดของเจ้าชายให้กลับคืนสู่การเป็นเชื่อพระวงศ์ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาจะต้องต่อกรกับแผนการร้ายของพระสันตะปาปาที่ปรารถนาจะยึดอำนาจ

 

ชายชราลึกลับ : ถูกต้องพะยะคะ เจ้าหญิง หากแต่ว่าความจริงมิได้มีเท่านั้น ก่อนอื่นข้าจะขอตั้งคำถามก่อนนะพะยะคะ พระองค์ทรงคิดว่าใครเป็นตัวเอกในเรื่องและตัวเอกนั้นเป็นคนดีหรือไม่ดี

Carol : แน่นอน นักรบเป็นตัวเองของเรื่อง เขาเป็นคนดีที่ปรารถนาจะช่วยฝาแฝดอีกพระองค์ให้กลับสู่ราชบัลลังก์

ชายชราลึกลับ : อย่างนั้นรึพะยะคะ...... นั่นก็เป็นอะไรดีๆในนิทานสำหรับเด็กสินะที่ว่าจะต้งจบลงอย่างสวยงาม แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงภาพมายา

Carol : หมายความว่าไง

ชายชราลึกลับ : ความจริงก็คือภายหลังจากนั้นอีกสิบปี หลังจากที่เจ้าชายฝาแฝดกลับคืนสู่ราชบัลลังก์ ไม่มีใครอาจจะตัดสินได้ว่าใครควรจะเป็นคนครองบัลลังก์ ดังนั้นเจ้าชายฝาแฝดจึงได้ครองบัลลังก์ด้วยกันทั้งคู่และการนองเลือดก็ได้เกิดขึ้น บ้านเมืองแตกเป็นสองฝ่ายและทำสงครามกันเอง และในระหว่างที่เจ้าชายฝาแฝดต่างสู้รบกันอย่างบ้าคลั่งจนกำลังของทั้งสองฝ่ายอ่อนแอลง เจ้านักรบตัวเอกของเรื่องนั้นก็พาทหารบุกเข้ามาปลงพระชนม์พระราชาแฝดและขึ้นเป็นพระราชาองค์ต่อไปแทนซึ่ง ณ เวลานี้ถึงเวลาที่มันจะกลับตาลบัตรแล้ว

Carol : ...........................

Remlus : เหลวไหล

ชายชราลึกลับ : จะทรงเชื่อรึไม่คงไม่สำคัญพะยะคะเพราะมันก็เป็นแค่นิทานที่แต่งขึ้นมาหลอกเด็กให้นอนหลับฝันดี หม่อมฉันขอตัวพะยะคะ

Carol : ...........

Remlus : เจ้าหญิง.......

Carol : เราสังหรใจมานานแล้วท่านนักบวช

Remlus : อย่าไปใส่พระทัยกับคำพูดของคนแก่สติฟั่นเพืองเลยพะยะคะ เรารีบเดินทางกันต่อเถอะ

Carol : อืม

...........................................

Durahan : พวกมันอยู่ที่นั่น......

Durahan : เจ้าเด็กนักบวช...... ข้าดูราฮันตอนนี้พื้นพลังกลับมาได้ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ หึหึหึ

โปรดติดตามตอนต่อไป

edit @ 14 Nov 2009 18:03:07 by Lord Vydartz

The Durahan

posted on 30 Oct 2009 21:50 by vydartz  in Dollfie

ต่อจากตอนที่แล้วขอรับ ในที่สุดปิศาจไร้หัวก็ออกอาละวาดแล้ว และ.......

 

Durahan : ตอนนี้พลังของข้าคืนชีพขึ้นมา 60% แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้เต็ม 100 หรอก ข้าจะออกล่าหัวคนล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

.............................

Carol : ข้ารู้สึกสังหรใจ......

Asimo : กระหม่อมด้วยขอรับ รู้สึกสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรง...

Carol : อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ว่าจะมีปิศาจแบบไหนออกมา ข้าก็จะกำจัดให้ได้เพื่อความสุขสงบของบ้านเมือง

Heinrich : อ๊า!!!!!

Durahan : ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่สนใจเด็กอย่างเจ้าหรอก ข้าต้องการหัวที่มันหล่อๆเสะๆไว้มัดใจสาวๆ ฮา~ แต่ว่าจะปล่อยเจ้าไปก็ไม่ได้ซะด้วยสิ เพราะข้าเป็นปิศาจไง ฮ่าฮ่าฮ่า

Carol : หยุดนะ!!!!!

Durahan : โอ๋ สาวน้อยผู้มีศักดิ์เจ้าหญิง น่าเสียดาย หากอายุมากกว่านี้ซักสิบปีจะวิเศษมาก

Carol : ตราบเท่าที่ข้าเป็นเจ้าหญิงของประเทศ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำตามอำเภอใจ ข้าจะปกป้องประเทศที่พ่อข้าสละชีวิตด้วยดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์เล่มนี้

Durahan : ดาบนั่น!!!!! แท้จริงแล้วเจ้าก็คือบุตรสาวของราชาที่สะบั้นคอข้านั่นเอง!!!!!

Durahan : ความแค้นที่มีมาทั้งหมด จะต้องทวงคืน!!!!!!

Carol : กรี๊ดดด!!!!!

Asimo : เจ้าหญิง!!!!! อั๊ก!!!!

Durahan : อย่ามาขวางนะเจ้าหุ่นกระป๊อก!!!!!

Carol : ท่านอาจารย์!!!

Asimo : รีบหนีเร็วเข้าเถอะพะยะคะเจ้าหญิง อย่าห่วงหม่อมฉันเลย

Durahan : หนีไม่พ้นหรอก ขอข้าชำระหนี้แค้นให้สาแก่ใจเถอะเจ้าหญิงน้อย หึหึหึ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

Carol : !!!!!!!

Durahan : ใครกัน

Remlus : ข้าเป็นแค่นักบวชที่บังเอิญผ่านมาแถวนี้

Carol : ทะ ท่านเป็นใคร

Remlus : ฝ่าบาท ตรงนี้ปล่อยให้เป้นหน้าที่หม่อมฉันเอง รีบพาทุกคนหนีไปเถอะพะยะคะ

Carol : อืม

Durahan : ว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เด็กอย่างเจ้ารึจะมาสู้กับนักรบที่ผ่านสงครามอย่างโชคดชนเช่นข้า

Remlus : ถึงเป็นนักรบ แต่ตอนนี้คงไม่ต่างจากซากศพที่แสนเปราะบาง

Durahan : ปากดีนักนะ

Remlus : เจ้าวิญญาณร้ายเอ๋ย ข้าเรมลุส ด้วยนามของเทวทูตซาค่อนผู้ยิ่งใหญ่ ข้าจะไม่ปล่อยให้วิญญาณร้ายมาป้วนเปี้ยนในโลกมนุษย์นี้

Remlus : จงยอมสยบต่อแสงสว่างซะ!!!!

............

และแล้วการต่อสู้อันดุเดือดก็ผ่านพ้นไป......

Durahan : อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!!!

Remlus : จงยอมซะเถอะ.......

Durahan : แกมัน......

Lucifel : แหม ไม่ไหวเลยนะ

Remlus : เจ้าคือ......

Lucifel : ไดเห็นการต่อสู้ของเจ้าแล้วบอกได้ว่า พูดไม่ออก(ว่ะ)

Remlus : นะ นี่เจ้าเห็นหมดเลยเหรอ ....

Lucifel : อื่ม ทำนองนั้น แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ข้ามาที่นี่

Lucifel : ข้ามาตามเพื่อนข้ากลับไปเพราะยังไม่ถึงเวลาอันควร แล้วเจ้าจะว่าไง....

Remlus : ..............

........................

ต่อจากนั้น

Carol : ท่านนักบวช ท่านสามารถเอาชนะเจ้าปิศาจนั่นได้งั้นเหรอ

Remlus : เอ่อ ก็ ทำนองนั้น........

Carol : ท่านเอาชนะมันได้ยังไงกันนะ

Remlus : เป็นความลับพะยะคะ

.........................

Verune : เมื่อไรแวมไพร์จะได้ออกไปมีบทบ้างนะ ที่ก็ใกล้เทศกาลแล้ว

Durahan : ...........

............................

.......

ส่งท้าย

Durahan : ขออภัย นายท่าน

Lord Vydartz : .............................

Lord Vydartz : ..................................

edit @ 30 Oct 2009 22:53:31 by Lord Vydartz