Angel of Poem "วิถีแห่งนักรบ"

posted on 29 Jun 2009 19:28 by vydartz  in Dollfie

 

ความมืดทิโผนมา  พันธนาชิวาลัย

 

บันทึกอนันต์ไตร  ริภพใดที่ล่วงมา

 

ชีวีทิพ้นไป  อดีตใดทะผ่านพา

 

บันทึกณโลกา  ทุกเพลาอันนิรันดร์

 

ยังชีพชีวาอยู่  จงมองดูรู้สังวร

 

ย่ำเดินละพึงมอง  ของมิดีริหลบไป

 

มองทางอย่างกว้างขวาง  จิตสว่างประกายใน

 

ย่ำตามพระรัตนไตร  ดุจคบไฟทะนำทาง

 

 

 

 

 

 

ยังสติเป็นตัวตั่ง  ไว้คำยันทะต้านมาร

 

ไตรรัตนเป็นแกนกลาง  ค้ำวิญญาณมิดับไป

 

ใช้ศีลเป็นศาสตรา  ฟาดฟันฝ่ากิเลสใด

 

ที่เปรียบดั่งมังกรใหญ่  พ่นไฟร้อนและรุนแรง

 

สมาธิเปรียบดุจโล่  กันโทโสพระเพลิงแดง

 

ปัดป้องราคะแฝง  โมหะแห่งพระเพลิงดำ

 

ปัญญาเปรียบดังเกราะ  ปัดป้องเคราะห์สะเก็ดเพลิง

 

ซึ่งพุ่งหามาเนิ่นเนิ่น  เปรียบประเดิมสันดานใจ

 

เมื่อใดที่เรามา  จงพกพาอาวุธไป

 

ต่อสู้มังกรใหญ่  ก้าวต่อไปในทางดี

 

อันวิถีแห่งนักรบ  มิสู้รบฤจะได้

 

หากพิฆาตมารในใจ  นั่นแหละไซร้นักรบแท้

 

 

 

 

.

.

.

.

.

 

 

 

 

edit @ 29 Jun 2009 19:56:51 by Lord Vydartz

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สัจจาแห่ง บุรุษ ลอร์ดทมิฬ
สู่ชีวิน ดำเนิน ชาตาแล
ท่ามกลางแดน วิบัติ ทุกชนแด่
มากพ่ายแพ้ กิเลส หลากอาจิน

ลุกขึ้นเทอญ ผู้กล้า แห่งความมืด
ความเย็นชืด ใต้เหว หุบผาหิน
ปลุกกำลัง สะเทือน ธุลีดิน
ปราบให้สิ้น เปรตผี ทั้งภูติมาร

คือผู้ใช้ เงาดำ พิพากษา
ลงอัตตา มายา เพลงก้องขาน
ศาสตราวุทธ คู่ใจ โจนทะยาน
เรื่องเล่าขาน ตำนาน ราตรีเอย

#1 By Chevalier on 2009-06-29 20:18

เอ่อ ยังคงไม่มั่นใจว่าตัวเองตีความบทกลอนคุณไวดาสถูกหรือเปล่า แต่แอบคิดว่ามันเป็นเรื่องต่อเนื่องจากเอ็นทรี่ที่แล้ว..
(ถ้าเข้าใจผิดขอโทษด้วยนะคะ คือสารภาพตรงๆว่าความรู้กลอนและวิชาภาษาไทยแนนถึงแค่ม.ต้นค่ะ ไม่ได้ใช้ภาษาไทยที่ซับซ้อนเกินบทสนทนาในชีวิตประจำวันมาเจ็ดแปดปีได้แล้ว sad smile )


หลายต่อหลายครั้งคนที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์คือคนที่คิดสวนกับกระแสในสมัยนั้นและถูกมองว่าประหลาด

แต่ความคิดที่สังคมส่วนใหญ่เชื่อ ไม่จำเป็นต้องถูก เพราะแนนว่านิยามคำว่า ถูกต้อง สมควร หรืออะไรพวกนี้ มันมาจากการใช้ self reference criterion เอาประสบการณ์ส่วนตัวและความคิดส่วนตัวเข้าตัดสิน ส่วนตัวแล้วแนนว่า โลกนี้ไม่ได้แบ่งออกเป็นสีขาวและดำ แต่มันเป็นสีเทาต่างหาก... ไม่มีใครคนไหนมีสิทธิจะมาตัดสินว่าความคิดส่วนตัวของเรานั้นถูกหรือผิด

เพราะงั้นถึงแม้ว่าสิ่งที่เราเชื่อและกระทำเป็นสิ่งที่สวนกระแสสังคม ผิดจากความคิดของคนส่วนมาก แต่ตราบเท่าที่มันไม่ได้ทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน เชื่อในสิ่งที่เรามองว่าถูก และทำในสิ่งที่เราเชื่อเถอะค่ะ


ถ้าเกิดมั่วตีความกลอนข้างบนผิดก็ลืมข้อความด้านบนๆไปนะคะคุณไวดาส (ไม่มั่นใจในสกิลภาษาไทยตัวเองอย่างแรง) .____.
Chevalier

ขอบพระคุณท่านอัศวินที่มาเยือนขอรับbig smileข้าพเจ้าประทับใจในบทกลอนของท่านมาก confused smile ท่านสามารถเข้าถึงจิตใจของข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้ารู้สึกปิติยิยดียิ่งนัก ข้าพเจ้าดำรงชีวิตเช่นนี้มานาน แม้ตัวข้าพเจ้าเองอาจไม่มีพลังอะไรมาก ถึงบางครั้งจะสิ้นหวัง แต่ในส่วนลึกๆแล้วข้าพเจ้าก็ได้ตระหนักอยู่ในใจขอรับว่าทางออกแห่งแสงสว่างยังคงมีอยู่ ถ้าเพื่อผู้คนที่กำลังแสวงหาแสงสว่างและดำรงชีพด้วยความดีงาม ข้าพเจ้าจะยอมอยู่ในความืดแทนพวกเขาทั้งหมดขอรับbig smile

Minir

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นขอรับ ถือว่านี่เป็นความคิดเห็นที่ดีและเป็นประโยชน์มากbig smile

อันที่จริง บทกลอนของข้าพเจ้าบทนี้เป็นบทใหม่ที่มีใจความที่ต้องการสื่อคนล่ะอย่างขอรับ แต่มันสามารถเอามาต่อกันได้จริงๆbig smile

ข้าพเจ้าเจตนาต้องการจะแฝงความหมายไว้ว่าในจิตใจของฅนเราทุกฅนล้วนมีกิเลสแอบแฝงอยู่และกิเลสที่ว่าก็คือมาร ในที่นี้จะเปรียบได้กับมังกรหรือปิศาจร้ายอะไรก็ได้ที่ซึ่งเราทุกฅนจะต้องเอาชนะและถ้าเราสามารถเอาชนะมารร้ายในใจได้ เชื่อว่าสังคมก็จะดีขึ้น

ดาบคือศีล โล่คือสมาธิ เกราะคือปัญญา และความกล้าที่จะคำจุนร่างก็คือที่พึ่งทางใจ ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าผู้ฅนในปัจจุบันมีดาบโล่เกราะที่กล่าวถึงนี้อ่อนแอเกินไป เช่นอัศวินที่มีดาบไม่ดี จะไปสู้กับมังกรดาบก็หัก มีโล่ไม่ดีก็กันไฟไม่ได้ ถ้ามีเกราะไม่ดีก็เช่นกัน

ถ้าเรามีการพัฒนาสามอย่างนี้ ทุกอย่างก็คงจะดีขอรับbig smile

แล้วก็ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความคิดเห็นดีๆ เข้าใจว่าคุณแนนเองก็มีความคิดเห็นเดียวกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเชื่อเสมอว่าความถูกต้องคือสิ่งว่างเปล่า มันเป็นเพียงสิ่งสมมุติขึ้น ดังนั้นสิ่งที่น่าคิดก็คือความเชื่อว่าอะไรที่ควรและไม่ควรขอรับ

อนึ่งกฎของโลกใบนี้ ถ้าเราสามารถทำข้อนี้ได้เพียงข้อเดียว นั่นคือ

"สิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่งล้วนมีสิทธิ์ที่จะทำได้ทุกอย่างที่ตนปรารถนาเพียงแต่ว่าการกระทำทั้งหมดจะต้องไม่ล่วงละเมิดสิ่งมีชีวิตอื่นๆไม่ว่าจะกรณีใดทั้งสิ้น"

พอได้อ่านข้อความของคุณแนนดู มีบางส่วนที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่าตัวเองอาจจะสุดโต่งจนเกินไป หรือไม่อาจจะทิฐิมะนะ ยึดมั่นในความคิดตนเองมากจนเกินไปขอรับbig smile

#3 By Lord Vydartz on 2009-06-29 22:57

อ่า...แปลผิดไปคนละเรื่องเลยจริงๆ (อับอายได้อีก OTL)

แนนว่า ส่วนตัวการยึดมั่นในความคิดตนเองหรือทำอะไรสุดโต่งอาจจะเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งเพื่อคงความเป็นตัวเองของมนุษย์ค่ะ เหมือนเอ็นทรี่ก่อนที่คุณไวดาสว่าไว้ ความคิดนั้นของเราคงเหมือนท่อนไม้ที่อยู่กลางกระแสน้ำเชี่ยว..กระแสความคิดของสังคมหลัก

ซึ่งบางครั้งบางคราการยึดในความคิดของตนนี้ก็คงจำเป็น...เพื่อที่จะเป็นกำลังใจกำลังกายให้เรายืนหยัดยึดมั่นกับความคิดของตัวอยู่ท่ามกลางกระแสสังคมนั้นและเป็นตัวเราอยู่ได้โดยไม่โดนพัดพาไป จนผิดเพี้ยนกลายเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ในสังคม

แต่ทั้งนี้โดยส่วนตัวแล้ว..แนนว่ามันขึ้นอยู่กับสถานการณ์และแต่ละบุคคลว่าเลือกทางไหน ไม่มีทางไหนถูกผิดขอแค่ผลออกมาเหมือนกัน คล้ายๆกับการทำอาหารมั้งคะ จะใส่อะไรก่อนหลัง ปรุงอย่างไร ใส่ส่วนผสมยังไง ขอแค่ออกมาเป็นอาหารชนิดนั้นเหมือนกันและอร่อยทานได้ก็โอเคแล้ว
ในหลายกรณี...แนนว่าการเป็นไม้ใหญ่ขวางน้ำเลยมันเหนื่อย (แบบว่าชอบสงบๆไม่เครียดมากกว่า) ตัวเองเลยเลือกวิธีแอบสบาย...เป็นต้นอ้อต้นไผ่ ลู่ไปตามน้ำแต่อยากพยายามค่อยๆงอก ดึงคนใกล้ตัวที่คิดหรือเคยคิดใกล้เคียงกันมาเป็นต้นไผ่ต้นอ้อเหมือนเรา ช่วยกันต้านกระแสน้ำ สักวันคงบรรเทาหรือหยุดกระแสน้ำที่รุนแรงนั้นลงได้

....เขียนจบแล้วรู้สึกงงๆกับการเรียบเรียงของตัวเองแฮะ
sad smile
เห็นด้วยกับคุณไวดาสนะคะ คำว่าถูกกับผิด จริงๆแล้วเป็นแค่ลมปากที่มนุษย์บัญญัติขึ้นมา เพราะสิ่งที่ถูก คือความคิดของชนกลุ่มมาก ส่วนสิ่งที่ผิด ก็คือความเห็นของคนที่แปลกแยกและนอกพวกทั้งนั้น โลกนี้จะถูกจะผิดอยู่ที่จิตเราจะบัญญัติค่ะ เราเองก็คงพูดไม่ได้ว่าอะไรจะถูกจะผิด แต่ซ้าคจะใช้ ความคิดของตัวเองบัญญัติว่า ตัวซ้าคเองจะรู้สึกถูกหรือผิดกับสิ่งนั้น คนอื่นอาจไม่ต้องเห็นพ้องต้องกันก็ได้

สมัยนี้ ดาบ โล่ แล้วก็เกราะ ถูกผลิตในโรงงาน มีแต่สิ่งอำนวยความสะดวกเต็มไปหมด ทำให้คุณภาพต่ำลงค่ะ เหมือนกับคนเราที่พอมีอินเตอร์เนต สิ่งล่อลวงใจต่างๆ ก็ทำให้พลังใจเราถูกชักจูงไปได้ง่ายดาย

แต่หากในสิงที่เรารักและเชื่อมั่นนั้น มันทำให้เรามีความสุข แล้วทำให้คนรอบข้างเรามีความสุขไปด้วย แค่นั้นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทุกคน Live for แล้วล่ะมั้งคะ confused smile ไม่ว่ามนุษย์คนไหน ต่างก็พึงประสงค์แต่ความสุข ซึ่งเป็นเพียงแค่พลังงานที่ดลบันดาลให้ชีวิตเราอยู่ต่อไปได้ค่ะ หากเราเชื่อมั่น ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ เป็นสิ่งที่มีความสุข หากมันไม่ได้ไปทำร้ายใคร ความสุขนั้นจะเล็กจะน้อยแค่ไหน ชีวิตมนุษย์เราก็คงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านั้นแล้วล่ะค่ะ big smile

ใต้ก้นเหวอาจจะหนาวเย็นและโดดเดี่ยว แต่บนพื้นดิน ก็ใช่ว่าทุกคนจะเย็นชากับเราเสมอไป ซ้าคเองเป็นคนไม่มีเพื่อนในโรงเรียนมากนักเท่าไหร่ และต้องอยู่คนเดียวบ่อยๆ มักจะเป็นคนที่ถูกลืม แต่ซ้าคเชื่อวา หากเราคิดวาซักวันเราจะต้องมีความสุข เราก็ต้องได้พบกับสิ่งนั้นแน่ๆค่ะ อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของท่านลอร์ดซักเท่าไหร่ แต่โลกเรา มีสีดำ และขาว เสมอ big smile

ปล.ธีมบล้อคใหม่สวยมากค่ะ ดูเป็นปราสาทแห่งความมืดดีจังเลยค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปเช็คบล้อคเลย จริงๆแอบติดตามบล้อคของท่านลอร์ดอยู่เป็นเนืองๆนะคะ
Minir

ขอบคุณที่มาเยือนอีกครั้งขอรับbig smile

เรื่องของความคิดเห็นส่วนตัว ทุกคนย่อมมีสิ่งเหล่านั้นนั่นแหละครับ แต่การมีความคิดเห็นและยึดมั่นในความคิดเห็นของตนเองจนเกินไปถึงขนาดไปโต้แย้งกับผู้อื่นและทะเลาะกันไปไม่สิ้นสุดโดยต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าตนเป็นฝ่ายถูก นั่นคือทิฐิมานะ ยึดในความคิดตนเกินเหตุ และทำอะไรสุดโต่งเกินไป สิ่งที่ว่าไม่ดีก็ปัหใจเชื่อเสียเลยว่าไม่ดี ไม่คิดที่จะมองสองด้านขอรับ ข้าพเจ้าเคยเป็นเช่นนี้ในอดีตและก็ยังอาจเป็นเช่นนี้ได้หากขาดสติ

กระแสที่ข้าพเจ้าคิดคือความไม่ดีต่างๆอันเปรียบดังลำธารไหลลงที่ตำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการทะเลาะเบาะแว้งกัน แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ใครไปต้านก็จะโดนกระแสสวนทับจนต้องดับดิ้นดังตอไม้ต้านกระแส ค่านิยมต่างๆที่ไม่ดีก็รวมอยู่ด้วยเช่นกันแม้แต่ในหมู่วัยรุ่นก็ยังมี เช่น ภาษาวิบัติ ค่านิยมของคำว่าเกรียน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นอะไรที่เข้าไปขวางตรงๆไม่ได้เลย หากจะทำ ต้องทำกันเป็นหมู่คณะขอรับ จะปิดลำธารทั้งสายต้องตั้งเขื่อนไปเลย ใช้ตอไม้หลายๆตอ แต่นั่นก็อาจจะทำให้ลำธารไหลไปทางอื่นแทนเช่น กระแสต่อต้านที่อาจตามมา

หากเรารู้จักร่วมแรงใจกันคนละนิด ก็จะเกิดพลังอันยิ่งใหญ่ได้ขอรับ แต่ติดอยู่ตรงที่ไม่สามารถมีใครที่จะเป็นคนนำหรือจุดชนวนในการทำสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างถาวร

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นดีๆอีกคราขอรับbig smile

★☆ ZoRoeSteR XaKaRiaS ★☆

ขอบคุณที่มาเยือนอีกครั้งขอรับbig smile

และขอขอบคุณสำหรับความคิดเห็นด้วยขอรับ

โดยส่วนตัว ข้าพเจ้าอาจจะชินกับความโดดเดี่ยวจนเกินไป เลยได้สังเกตุโลกในมุมมองที่ค่อนข้างจะต่างจากบุคคลอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ขึนชื่อว่าเป็นการกระทำที่ขาดสติ แต่ตัวข้าพเจ้าที่ยืนอยู่คนล่ะจุดของบุคคลปกติทั่วไปก็อาจจะมองไม่เห็นทิวทัศน์ที่พวกเขามองดูอยู่เสมอก็เป็นได้ขอรับ

ข้าพเจ้ายังคงต้องการความเข้าใจอย่างละเอียดลึกซึ้งทางสังคม

เป็นความจริงขอรับที่ว่าทัศนคติที่ทุกคนมีต่อเรามิได้เลวร้ายเสมอไป และในบรรดาคนที่มีทัศนคติที่เลวร้ายก็อาจปรับเปลี่ยนมุมมองได้เช่นกัน และเชื่อว่าบุคคลที่กำลังเดินทางที่ผิดก็อาจจะมองเห็นและหันไปก้าวในมางที่ถูกได้ขอรับbig smile

#6 By Lord Vydartz on 2009-07-01 04:25