Angel of Poem "คืนหนึ่ง"

posted on 25 Jun 2009 22:24 by vydartz  in Dollfie

 

คืนหนึ่งเงียบสงบ  กลางป่ารกกลบแสงจันทร์

พบตัวยืนที่นั่น    โดดเดี่ยวดังนกไร้คู่             

ท่ามกลางความมืดมิด     ได้ลองคิดไตร่ตรองอยู่

พลันเสียงดังซูซู     สงสัยอยู่เสียงอะไร

 

ย่ำไปในใจลึก      เกิดคิดคึกนึกสงสัย

คำนึงถึงโลกใน     ปัจจุบันอันมืดมน

เสียงซ่าดังสลับ     เสียงไม้ทับดังผสม

จะเปรียบได้ฝูงชน      และสังคมอันวุ่นวาย

 

ลืมตัวเกิดตะเริด    หลงทางเดินใจแทบหาย

แสงจันทร์ทอประกาย     พอมองทางให้ก้าวไป

แลเหลียวหันหลังอยู่     ทบทวนดูว่าที่ไหน

ช่างมืดและเปลี่ยวใจ    คละสิ้นหวังมากนักแล

 

เงาจันทร์ฉายบนน้ำ     แลเห็นธารเป็นกระแส

ตอไม้ลอยดั่งแพ    มีอาจต้านชะตากรรม           

สายธารอันกว้างใหญ่            พัดพาไปสู่ที่ต่ำ

น้ำเชี่ยวเปรียบประดั่ง           ความมืดดำที่หมองมล

 

ธารน้ำได้พัดพา      สิ่งนานาไหลต่ำลง

ตอไม้มิอาจทน      ไหลทวนน้ำกลับขึ้นไป

คิดแล้วนึกสิ้นหวัง สังคมวันจะยังไง

กิเลสทุกอย่างได้    เปรียบกระแสทรงพลัง

 

แลเห็นตอไม้หนึ่ง  ที่ยันพื้นต้านแรงดัน

ลำพังตอไม้นั้น      ก็ผุกร่อนใกล้โรยริน

คิดถึงผู้ต่อต้าน       ก็เปรียบอย่างไม้ค้ำดิน

ซักวันจะผุบิ่น        และหักสิ้นตามแรงน้ำ

 

........................................................................................................  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ อ่านแล้วแปลแอบงงๆ คิดว่่าอาจจะไม่ได้ความหมายที่คุณไวดาสต้องการจะสื่อมา (ความรู้ภาษาไทยไม่ถึง)

ขอตัวกลับไปย้อนอ่านอีกหลายๆๆรอบนะคะ sad smile

แต่ว่าถ้าเอาตามที่เข้าใจ...
ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรเป็นสาเหตุ แต่เหนื่อยนักก็พักก่อนแล้วค่อยเดินต่อไปในทางของเราเถิดค่ะ แนนว่าอย่าเป็นอย่างตอไม้ที่ต้านกระแสน้ำเลย หลายๆครั้งมันเหนื่อยและเสี่ยงต่อการถูกทำลายถ้าไปขวางต้านแรงน้ำตรงๆ แต่เป็นอย่างไผ่หรือหลิว...ที่อ่อนโอนแต่ยังยืนหยัดได้อย่างมั่นคงท่ามกลางกระแสน้ำรุนแรงเถอะค่ะ
จริงอย่างที่คุณแนนบอกนั่นแหละครับ ถ้าทำตัวเป็นไผ่อ้อก็จะยังคงอยู่ในกระแสธารได้ แต่ไม่สามารถจะหยุดกระแสธารได้ เปรียบเสมือนบุคคลที่ละจากทางโลกและแสวงหาสุขในทางธรรม อยู่ในสังคมได้และไม่ต้องการจะมีบทบาทใดๆขอรับbig smile

บทกลอนของข้าพเจ้านี้จงใจจะสื่อว่า เหล่าบุคคลทั้งหลายที่พยายามจะต้านกระแส พากันรนรงณ์ต่างๆเพื่อต่อต้านสิ่งต่างๆที่เห็นว่าไม่ดีต่างพากันถูกเหล่าคนที่อยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนาๆขอรับ

ข้าพเจ้ามีตัวอย่างบุคคลที่โดยวิพากษ์วิจารณ์เพราะเข้าไปยุ่ง แต่ข้าพเจ้าไม่กล้ายกมาเพราะข้าพเจ้าอาจจะโดนวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งซึ่งข้าพเจ้าเคยมีประสบการณ์นั้นมาแล้ว

#2 By Lord Vydartz on 2009-06-26 17:18

อะไรเกิด ก็ให้ บังเกิดไป
ไม่ว่าใคร ล้วนแล้ว ต้องพบเจอ
ทั้งสิ่งสม สิ่งทุกข์ สับเสนอ
เขาหรือเธอ สู่สิ้น เหลือธุลี

หลากสรรพ สัจจา ความไม่เที่ยง
เรื่องราวเรียง แสนสั้น แต่สันสี
อยู่ให้เป็น ดีเลิศ ทำวันนี้
แล้วจักมี สิ่งล้ำ บันดาลมา

ไม่ขอหวัง รอคอย ถึงวันพรุ่ง
ก่อนย่ำรุ่ง จันทร์เอย ดวงเจ้าขา
มอบกำลัง ให้ลอร์ด เพื่อนแก้วตา
ร่ายมนตรา วิเศษ สุขีเทอญ

ปัจฉิมบท อีกครา แต่ไม่สิ้น
เราจักดิ้น ต่อสู้ นำสรรเสริญ
มิเกรงกลัว ความมืด บาปเผชิญ
เชิญร่วมเดิน บนทาง นักรบเอย

อัศวินหน้ากากเงิน

#3 By Chevalier on 2009-06-26 18:41

ขอบคุณสำหรับความเห็นขอรับbig smile บทกลอนของท่านเป็นสิ่งที่ให้กำลังใจข้าพเจ้าได้มากพอสมควรขอรับ ข้าพเจ้าพอจะมีความคิดเห็นในแง่ดีที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง

ความคิดเห็นเรื่องการเป็นไผ่อ้อของคุณแนนที่เสนอไปก่อนหน้านั้น ข้าพเจ้าคิดเพิ่มเติมได้ว่า แม้ไผ่อ้อต้นเดียวจะทำอะไรไม่ได้ แต่หากมีไผ่อ้อขึ้นมานับหมือนนับแสนหรือนับล้านจนตันลำธารทั้งสาย การหยุดกระแสก็น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ขอรับbig smile

#4 By Lord Vydartz on 2009-06-29 18:14